อีกหนึ่งเกมปังส่งท้ายปีที่เกมเมอร์สาย FPS ไม่ควรพลาดกับเกมยิงระดับตำนาน Halo Infinite ที่เปิดตัวลง PC ผ่านร้านค้า Steam เปิดให้เล่นแบบ Free-to-Play ในโหมด Multiplayer ที่มีโหมดการเล่นและรูปแบบสนามให้เล่นมากมายหลากหลายไม่มีเบื่อ ตัวเกมทำออกมาได้ดีมากขนาดที่ว่าผู้เขียนเองเพิ่งเคยเล่นเกมซีรีย์ Halo เป็นครั้งแรกยังรู้สึกชอบเอามากๆ และสามารถทำความเข้าใจกับตัวเกมได้อย่างรวดเร็ว

 

 

ในส่วนของเนื้อเรื่องที่จะต้องเปย์เพื่อเล่น จะเล่าคร่าวๆ ละกัน เรื่องราวดำเนินต่อมาจาก Halo 5: Guardians โดยเปิดเข้าโหมดเนื้อเรื่องมาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงพาเข้าเรื่องดุดันกันเลยทีเดียว โดยที่เราจะยังคงได้รับบท Master Chief ‘Spartan’ ที่ถูกกลุ่ม The Banished โจมตีกลางอวกาศจนพังเละ แต่เราที่รอดมาได้ต้องออกค้นหาอาวุธและรวบรวมกองทหารขึ้นมาใหม่เพื่อไปเอาคืนเหล่า The Banished ซึ่งในภาคนี้เราจะได้ AI คู่ใจสุดน่ารักตัวใหม่ The Weapon มาแทนที่ Cortana ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปริศนาที่เราจะต้องค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

 

ในโหมด Multiplayer ตัวเกมแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ ซึ่งในแต่ละหมวดก็จะแบ่งแยกย่อยออกเป็นโหมดการเล่นย่อยอีกมากมายเลยทีเดียว ซึ่งตัวเกมก็มีรูปแบบการเล่นที่เรียบง่ายเกมเมอร์น่าจะคุ้ยเคยกันดี แต่เกมก็ดำเนินค่อนข้างไวพอสมควรและมาพร้อมกับความมันส์หยดจนต้องกดเล่นต่อรัวๆ

 

 

Quick Play เป็นโหมดการเล่นในแผนที่เล็ก แบบ 4v4 แบ่งเป็น 2 ทีม มี 3 โหมด

 

  • Bot Bootcamp – โหมดฝึกซ้อมเล่นกับบอท 4v4 
  • Fieasta – โหมด solo Deathmatch ที่อาวุธจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เรา spawn
  • FFA Slayer – โหมด solo Deathmatch
  • Tactical Slayer – โหมด 4v4 ตัวเราจะไม่มีเกราะ เน้นยิง headshot ใช้ปืนไรเฟิลติด scope
  • Capture The Flag – โหมดชิงธง แบ่งการเล่นเป็น 2 แบบ แย่งธงให้ครบ 3 เพื่อชนะ หรือ ผลัดกันรุกรับชิงธง หากสามารถชิงธงศัตรูกลับมาที่ฝั่งเราได้ก็เป็นฝ่ายชนะ
  • Strongholds – โหมดยึดพื้นที่ 3 จุด ทำคะแนนให้ได้มากที่สุด 
  • Team Slayer – โหมด Team Deathmatch ทำคะแนนจากการฆ่าให้ได้มากที่สุด คะแนนครบก่อนหรือคะแนนมากที่สุดเมื่อหมดเวลาก็ชนะไป

Big Team Battle เป็นโหมดการเล่นที่สเกลใหญ่ขึ้น แผนที่ใหญ่ขึ้น ผู้เล่น 12v12 มียานพาหนะเพิ่มเข้ามาให้เลือกใช้งาน แบ่งออกเป็น 4 โหมด

  • Slayer – โหมด Team Deathmatch ฆ่าให้ได้มากที่สุด
  • Capture The Flag – โหมดชิงธง แย่งธงให้ครบ 3 หรือ ผลัดกันรุกรับชิงธง
  • Stockpile เก็บ Power Seed ที่อยู่ตามแผนที่มาใส่ไว้ที่ฐานเราให้ได้ 5 ชิ้น ทีมไหนครบก่อนชนะ
  • Total Control – โหมดยึดจุดที่เราจะต้องแย่งฝ่ายตรงข้ามยึดให้ครบ 3 จุด

Ranked Arena โหมดไต่ rank 4v4 แบ่งเป็น 2 ทีม มี 4 โหมดการเล่นด้วยกัน

  • Slayer – โหมด Team Deathmatch ทำคะแนนจากการฆ่าให้ได้มากที่สุด 
  • Strongholds – โหมดยึดพื้นที่ 3 จุด ทำคะแนนให้ได้มากที่สุด
  • Capture The Flag – โหมดชิงธง แย่งธงให้ครบ 3 หรือ ผลัดกันรุกรับชิงธง
  • Odd Ball – โหมดชิงลูกบอล แย่งกันถือลูกบอลกระโหลกเพื่อทำคะแนนให้ได้มากที่สุด

 

 

Capture The Flag เป็นโหมดเกมที่สนุกมากๆ เพราะเราต้องชิงธงศัตรูมาในขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องธงของฝ่ายเราเอาไว้ให้ดีด้วย ซึ่งส่วนนี้จะต้องวางแผนการเล่นกันพอสมควร มีการสื่อสารกับทีม ถ้าพลาดไปก็อาจพาทีมเจ๊งได้ ส่วน Stronghold โหมดยึดพื้นที่จะแบ่งเป็นจุด A B และ C ที่ทีมของเราจะต้องเข้าไปยืนเพื่อยึดแต่ละจุดให้ได้คะแนนมากที่สุด เป็นโหมดที่วุ่นวายสุดๆ แต่มันส์หยด เพราะเราจะไม่ได้อยู่นิ่งแน่นอน

 

โหมด Stockpile กับ Odd Ball ก็สนุกไม่แพ้กันแถมยังลุ้นสุดตัวนัวสุดขีด เพราะระหว่างที่ถือไอเทม เราจะไม่สามารถใช้อาวุธได้เลย ทำได้แค่ปะทะระยะประชิดด้วยการฟันศอกเท่านั้น

 

 

จากการเล่นเกม FPS หลายๆ เกมที่ผ่านมา Halo เป็นเกมที่มีลักษนะการเล่นที่แตกต่างออกไปจากเกมอื่นๆ ที่เน้นยิงรัวจนตายไป แต่กับ Halo นั้นต่างออกไปทำให้เกิดคำถามกับวงการผู้เล่นหน้าใหม่ว่า “ทำไมถึงฆ่าไม่ตายสักที?” กลายเป็นว่าเกมนี้เน้นยิงเกราะแตกแล้ววิ่งเข้าฟันศอกคู่ต่อสู้เสียมากกว่า แถมยังเป็นวิธีการเล่นที่ดีที่สุดในการเอาชนะคู่ต่อสู้มากกว่าการยิงจนหมดแม็กอีกด้วย เพราะกว่าจะรีโหลดเสร็จกว่าจะกลับมายิง เกราะศัตรูก็ฟื้นแล้ว หรือไม่ก็เป็นเราเองที่ตายเสียก่อน

 

แน่นอนว่าหลังจากที่รู้แนวทางการเล่นแล้วก็จะสามารถอินไปกับเกม และสนุกจนหยุดไม่ได้เลยทีเดียว!

 

และด้วยตัวเกมที่มีปืนมาตรฐานเป็น MA40 Assault Rifle (ผู้เขียนชอบมากถึงจะมีปืนอื่นที่ดีกว่า) ทุกคนจะได้เหมือนกันเมื่อเริ่มเกม แต่ในการเล่นก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดให้ใช้แค่ประเภทเดียว ตามแต่ละจุดจะมีปืนพิเศษอื่นๆ ให้เก็บใช้งานแถมยังเป็นตัวพลิกสถาณการณ์ได้อย่างปืน Sentinel Beam ที่บอกเลยว่าโหดสุดโดนทีน้ำตาไหล ปืน Needle ตัวดังตัวจี๊ดของซีรีย์ หรือ Energy Sword ที่เข้าสับทีเดียวตายแต่ใช้งานได้ไม่บ่อยมากนัก

 

ตัวเกมมีระบบ Battle Pass ที่แน่นอนว่าเกมในยุคปัจจุบันก็ล้วนมีกันถ้วนหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นการปลดล็อคสกินไอเทม สีชุดเกราะ หรือชิ้นส่วนต่างๆ ของชุด ซึ่งก็ไม่ได้ว้าวมากขนาดนั้นและใน options ปรับแต่งชุดนั้นก็นับว่ามีมาให้เพียงพอไม่น่าเกลียด แต่สำหรับเกมเมอร์สายแฟชันน่าจะชอบ

 

 

ความรู้สึกหลังจากได้สัมผัสเกม Halo Infinite

ไม่ว่าจะเป็นโหมดเนื้อเรื่อง หรือ โหมด Multiplayer ก็สามารถทำให้ผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่จักรวาล Halo สามารถเข้าใจ อินและสนุกสนานไปกับตัวเกมได้อย่างดี อาจจะมีงงๆ ไปบ้างสำหรับผู้เล่นที่พึ่งก้าวเข้าสู่จักรวาล Halo เพราะเนื้อเรื่องต่อมาจากภาคก่อนหน้า แต่ก็ทำออกมาให้เข้าใจได้ไม่ยาก ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถสนุกไปกับเนื้อเรื่องได้เช่นกัน

 

ระบบควบคุมส่วนต่างๆ ทำออกมาได้อย่างลงตัว สามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง Controller หรือ Mouse+Keyboard ซึ่งในส่วนของ Controller สามารถปรับแต่งได้ละเอียดมากๆ จากที่ผู้เขียนลองใช้งาน Controller ในการเล่นก็บอกได้เลยว่าใช้งานง่ายสุดๆ! ไม่รู้สึกติดขัดหรือเงอะงะ แต่เรื่องการ aim ก็ต้องปรับตัวกันไป ส่วนยานพาหนะอาจจะต้องใช้เวลาเพราะรู้สึกว่าแอบขับยากนิดหน่อย แต่ถ้าขับได้แล้วก็จะเพลินจนไม่อยากลงเลยทีเดียวเชียวล่ะ

 

 

ส่วนกราฟฟิคก็การันตีความสวยงาม ภาพสวยเอฟเฟคแจ่มมาก แต่ก็ตามมาด้วยการใช้งานสเปคที่ค่อนข้างสูงระดับหนึ่ง ดังนั้นเวลาเข้าแผนที่ใหญ่ก็อาจมีการเฟรมตกหรือกระตุกกันบ้าง

 

Halo Infinite มอบประสบการณ์เกม FPS อีกรูปแบบให้กับเกมเมอร์ที่มีความสนุก มันส์ นัวไม่แพ้เกมอื่นๆ เลยทีเดียว แถมยังเปิดให้เล่น Free-to-Play ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Steam ที่ปัจจุบันเข้าถึงง่ายมาก มีโหมดการเล่นที่หลากหลายรูปแบบ ส่วนเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นก็น่าสนใจไม่น้อย เล่นแล้วก้ชวนติดตามต่อและหน้าใหม่สำหรับเกมนี้ก็สามารถเล่นเข้าใจได้ไม่ยากเย็นอะไร

 

แต่ Battle Pass อาจจะยังไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดใจหรือมีไฮไลท์อะไรเด็ดๆ ของตัวเกมมากนัก งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคตทีมงาน 343 Industries จะสามารถทำคอนเทนท์ใหม่ๆ หรือเพิ่มเติมกิจกรรมอีเวนท์ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้เล่นต่อไปได้หรือไม่

[รีวิว] Halo Infinite สมรภูมิเดือด Free-to-Play ในโหมด Multiplayer เล่นแบบเรียบง่ายแต่มันส์หยดในทุกสนาม
Source:
Source 1

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here